
อันที่จริงแล้วกิจกรรมทางกายภาพทุกกิจกรรม ไม่ว่า การทำงาน การกีฬา
และสันทนาการ ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ
และอนุมูลอิสระจะเพิ่มมากขึ้นหากท่านออกแรงเพิ่มขึ้น
อนุมูลอิสระจะส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อสมรรถภาพของกล้ามเนื้อและการ
ฟื้นตัว การวิจัยมากมาย
(ทั้งที่ตีพิมพ์แล้วและอยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งเน้นด้านการเพิ่มความทนทาน
และการลดเวลาฟื้นสภาพ)
แสดงถึงอรรถประโยชน์มากมายที่เกี่ยวข้องกับแคโรทีนอยด์- แอสตาแซนธิน
สิ่งที่ค้นพบเหล่านี้ทำให้แอสตาแซนธินกลายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมระดับแนว
หน้าสำหรับนักกีฬามืออาชีพ และผู้ที่มีความกระตือรือร้นด้านกายภาพ
เนื่องจากสิ่งที่มีความสำคัญต่อกิจกรรมทางกายภาพ ได้แก่
ไมโตรคอนเดรียในเซลล์ ซึ่งมักนิยมเรียกว่า “สถานีพลังงานของเซลล์”
สถานีพลังงานนี้ทำหน้าที่ให้พลังงานแก่ร่างกายมากถึง 95%
ของพลังงานบริสุทธิ์
(ส่วนใหญ่ได้จากการเผาผลาญไกลโคเจนในกล้ามเนื้อและกรดไขมัน)
บางส่วนของพลังงานชนิดนี้จะผลิตสารอนุมูลอิสระที่มีปฏิกิริยาสูงและเป็น
อันตรายต่อร่างกาย อนุมูลอิสระจะสร้างความเสียหายให้แก่เซลล์
โดยเหนี่ยวนำการเกิดเพอรอกซิเดชั่นของส่วนประกอบเยื่อหุ้มเซลล์
และการออกซิเดชั่นของ DNA และโปรตีน
อนุมูลอิสระยังมีผลกระทบต่อกล้ามเนื้อหลังจากการออกกำลังกายอย่างหนัก
โดยสารอนุมูลอิสระจะกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของการอักเสบ เม็ดเลือดขาวชนิด
Monocyte
จะเคลื่อนที่ไปสู่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและทำให้เซลล์ได้รับความเสียหายเพิ่ม
ขึ้น
เราจะรู้สึกถึงกล้ามเนื้อที่เสียหายในระหว่างที่กำลังฟื้นสภาพในรูปแบบของ
ความเมื่อยล้าและความเจ็บปวด
นอกจากการปรับปรุงสมรรถภาพของกล้ามเนื้อผ่านการออกกำลังที่มีแบบแผนแล้ว
ในวงการวิจัยทางการกีฬาอยู่ระหว่างการค้นคว้าหาวิธีการอื่นๆ เช่น
คิดค้นสารอาหารที่เป็นพลังงานและปกป้องร่างกายจากการออกกำลังกายอย่างหนัก
เป็นต้น ในอดีตวิตามิน E และ C
นิยมใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อต้านการทำลายเซลล์ที่เกิดปฏิกิริยาออกซิ
เดชั่นระหว่างทำกิจกรรมทางกายภาพ แต่ในปัจจุบันรายงานการวิจัยชี้ให้เห็นว่า
แอสตาแซนธินเป็นทางเลือกของสารต้านอนุมูลอิสระสำหรับสมรรถภาพทางกีฬา
แอสตาแซนธินแสดงคุณประโยชน์ทางกายภาพที่สำคัญ 2
ประการในการศึกษาทางคลินิกและการศึกษาสนับสนุนต่างๆ แอสตาแซนธินช่วยเพิ่ม
ความทนทานและลดความเสียหายของกล้ามเนื้อในสัตว์ทดลอง
คุณรู้หรือไม่
นักกีฬาที่ทำกิจกรรมซึ่งอาศัยความทนทานระดับ 70% VO2 max
(อัตราการใช้ออกซิเจนที่มากที่สุด)อาจก่อให้เกิดอัตรา ROS ภายในที่สูงกว่า
12 เท่า พบในเซลล์เดียวกันในขณะการพักผ่อน หรือ นอนหลับ
ความทนทาน
ในปี 1998 Malmsten (สถาบัน Karolinska, ประเทศสวีเดน)
ทำศึกษาแบบสุ่มและปกปิดทั้งสองฝ่ายร่วมกับการใช้ยาหลอกในผู้ชายสุขภาพดีซึ่ง
ได้รับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอสตาแซนธินขนาด 4 มิลลิกรัมต่อวันเป็นเวลา 6
เดือน การทดสอบการออกกำลังกายแบบมาตรฐานแสดงให้เห็นว่า
ค่าเฉลี่ยแล้วจำนวนครั้งของการย่อเข่าเพิ่มขึ้นเฉพาะกลุ่มทดลองที่ได้รับแอ
สตาแซนธินเป็นเวลา 3 เดือน และเมื่อได้รับเป็นเวลา 6
เดือนกลุ่มทดลองจะสามารถย่อเข่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (รูปที่ 1)
การค้นพบนี้แสดงว่าแอสตาแซนธินช่วยเพิ่มระดับความทนทานของร่างกายได้นั่นเอง
นอกจากนี้ Sawaki และคณะ(2002) แห่งมหาวิทยาลัยจุนเทนโด ประเทศญี่ปุ่น
ทำการวิจัยนักกรีฑาประเภทลู่วิ่ง 1200 เมตร ซึ่งได้รับแอสตาแซนธิน 6
มิลลิกรัมต่อวันเป็นเวลา 4 สัปดาห์
พบว่าร่างกายของนักกีฬามีกรดแลคติกน้อยลง (รูปที่ 2)
เมื่อร่างกายทำกิจกรรมที่ต้องใช้พละกำลังมหาศาลนั้น
กรดแลคติกจะเกิดจากกระบวนการเผาผลาญพลังงานแบบไม่ใช้อากาศ
หรือเกิดจากภาวะที่ออกซิเจนไม่เพียงพอต่อความต้องการของกล้ามเนื้อ
ภายใต้สภาวะดังกล่าวหากระดับกรดแลกติกของร่างกายลดต่ำลง
จะหมายถึงความสามารถด้านความทนทานของกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้น (รูปที่1และ 2)
รูปที่ 1 การเปลี่ยนแปลงด้านความแข็งแรง/ความอดทน
แอสตาแซนธินเพิ่มความแข็งแรง/ความทนทาน
เปรียบเทียบผลเมื่อรับประทานแอสตาแซนธินเป็นเวลา 0, 3 และ 6
เดือนและทดสอบค่าเฉลี่ยของจำนวนการย่อเข่าของแต่ละคน
รูปที่ 2 การลดการสร้างกรดแลคติกภายหลังจากการให้แอสตาแซนธินเสริมในอาสาสมัครที่เป็นนักกีฬาประเภทลู่ (กลุ่ม B)

กลไกการออกฤทธิ์
Aoi และคณะ (2003) จากมหาวิทยาลัยเกียวโต
ใช้หนูขนาดเล็กเป็นแบบจำลองในการทดสอบซึ่งอาจอธิบายประสิทธิภาพของแอสตาแซ
นธินได้บางส่วน พวกเขาทำการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มควบคุม
กลุ่มที่ได้รับยาหลอก
และกลุ่มที่ได้รับแอสตาแซนธินภายหลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก
การวิเคราะห์โดยการย้อมเซลล์กล้ามเนื้อน่องและกล้ามเนื้อหัวใจพบว่าการทำลาย
เยื่อหุ้มเซลล์จากปฏิกิริยาเพอรอกซิเดชั่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวบ่งชี้ทางชีวเคมีซึ่งแสดงปริมาณการทำลาย DNA (8-OHdG) และโปรตีน
(4-hydroxy-2-nonenal modified-proteins)
มีปริมาณลดลงในกลุ่มที่ได้รับแอสตาแซนธิน (รูปที่ 3)
ในขณะเดียวกันการถูกทำลายของกล้ามเนื้อส่วนอื่นและข้อบ่งชี้ของการอักเสบ
แสดงถึงการปรับลดของครีเอทีนไคเนส (รูปที่ 4)และแอคติวิตีของเอนไซม์
myeloperoxidase (รูปที่ 5 ) ผลเหล่านี้แสดงว่า
แอสตาแซนธินมีส่วนช่วยป้องกันส่วนประกอบของเซลล์กล้ามเนื้อและลดกระบวนการ
อักเสบ การศึกษาของ Lee และคณะ (2003) อธิบายว่า
แอสตาแซนธินมีผลโดยตรงต่อการปรับลดลงการอักเสบซึ่งมีสาเหตุเกิดจากการหลั่ง
สารก่อการอักเสบไซโตไคน์และสารสื่อกลาง
การทดสอบในสิ่งมีชีวิตและในหลอดทดลองแสดงให้เห็นว่า แอสตาแซนธินช่วยยับยั้ง
IκB Kinase (IKK) dependant activation ของ Nuclear Factor-kB (NF-κB)
pathway
ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญของขั้นตอนการผลิตสารก่อการอักเสบและสารสื่อกลางการ
อักเสบ (รูปที่ 3 4 5)
รูปที่ 3 ความเสียหายของ DNA
แอสตาแซนธินลดความเสียหายของ DNA ในกล้ามเนื้อภายหลังจากกิจกรรมที่ร่างกายต้องออกแรงมาก
รูปที่ 4 ความเสียหายของเยื่อหุ้มเซลล์
แอสตาแซนธินลดความเสียหายของเยื่อหุ้มเซลล์ภายหลังจากกิจกรรมที่ร่างกายต้องออกแรงมาก
รูปที่ 5 การอักเสบ
แอสตาแซนธิน ชุดควบคุม
การอักเสบของกล้ามเนื้อลดลงด้วยการใช้แอสตาแซนธิน ภายหลังจากกิจกรรมที่ร่างกายต้องออกแรงมาก
อนาคต
แอสตาแซนธินสามารถใช้เป็นอาหารเสริมของนักกีฬา
เพื่อเพิ่มความทนทานและลดความเสียหายของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน
กิจกรรมหรือกีฬาที่ต้องใช้พละกำลังมาก ผลจากการวิจัยแสดงให้เห็นว่า
นักกีฬาหลายกลุ่มอาจสามารถรักษาหรือเพิ่มระดับความสามารถด้านการแข่งขันและ
ความพร้อมของร่างกายได้
References
1. Aoi, W et al. (2008) Astaxanthin
improves muscle lipid metabolism in exercise via inhibitory effect of
oxidative CPT I modification. Biochem. Biophys. Res. Com. 366 (2008)
892–897.
2. Ikeuchi et al. (2006) Effects of astaxanthin supplementation on
exercise-induced fatigue in mice. Bio. Pharm. Bull. 29(10):2106-2110. 3.
Aoi, W. et al. (2003) Astaxanthin limits exercise-induced skeletal and
cardiac muscle damage in mice. Antioxid Redox Signal 5(1):139-144.
4. Sawaki, K. et al. (2002) Sports performance benefits from taking
natural astaxanthin characterized by visual activity and muscle fatigue
improvements in humans. Journal of Clinical Therapeutics & Medicine
18(9):73-88.
5. Malmsten, C. (1998) Dietary supplementation with astaxanthin rich
algal meal improves muscle endurance - a double blind study on male
students. Karolinska Institute, Stockholm (Unpublished).
6. Lee et al., (2003) Astaxanthin Inhibits Nitric Oxide Production and
Inflammatory Gene Expression by Suppressing lκB Kinase-dependent NF-κB
Activation. Mol. Cells, Vol. 16, No. 1, pp. 97-105.
ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.gowell.co.th
และรูปภาพจากอินเตอร์เนต